
ทุกคนคงเคยผ่านคืนวันที่ร่างกายพังทลายลงมาสักครั้ง ในวันที่ทั้งยาและโรงพยาบาลไม่อาจเป็นคำตอบได้อีกต่อไป ผู้คนจึงเริ่มมองเข้าไปในตัวเองอย่างจริงจัง คิม จียอง ผู้เขียนบันทึกเรื่องราวจากจุดที่จนตรอกนั้นเอง หนังสือ “《미라클썬(MIRACLE SUN)》” เล่าถึงเรื่องของการฟื้นฟูทั้งร่างกายและจิตใจ รวมถึงการจัดวางทิศทางของชีวิตใหม่ด้วย ภายใต้ชื่อที่ค่อนข้างแปลกใหม่อย่าง “การเยียวยาด้วยพลังงานแสงอาทิตย์”
หนังสือที่เขียนโดยผู้ที่ใช้ชีวิตท่ามกลางโรคภัย
ผู้เขียน คิม จียอง ระบุว่า ตั้งแต่ยังเด็ก เขาเติบโตมาพร้อมกับโรคที่แม้แต่ชื่อก็ไม่มี เขาย้อนความว่าตั้งแต่การรักษาทางการแพทย์ไปจนถึงความพยายามอื่นๆ เขาไม่ได้ปล่อยให้ความพยายามใดๆ ผ่านไป แต่ก็ไม่มีสิ่งใดทำให้โรคอยู่กับที่ได้นาน ในเส้นทางที่อยู่ระหว่างเส้นแบ่งของชีวิตและความตาย เขาเลือกทางที่คือการฝึกปฏิบัติด้วยการยอมวางตัวเองอย่างเต็มที่ หลังจากฝึกปฏิบัติมานาน เขาเรียนรู้วิธีที่จะดูแลจัดการโรคที่เคยกดทับเขา และนั่นคือเรื่องราวที่เขาบอกว่า สะสมประสบการณ์นั้นมาเกือบ 30 ปี ต่อจากนั้น เขาเล่าว่า เขาใช้ชีวิตแบ่งปันสิ่งที่ตัวเองค้นพบให้กับผู้คนที่ต้องเผชิญความเจ็บปวดแบบเดียวกัน “《미라클썬》” คือหนังสือที่ใกล้เคียงกับการสรุปบัญชีแห่งช่วงเวลาอันยาวนานนั้น เป็นจุดที่ทำให้หนังสือเล่มนี้แตกต่างจากหนังสือพัฒนาตนเองทั่วไป นั่นคือบันทึกที่ถูกทิ้งไว้โดยผู้ที่เคยป่วยมานาน
เกินสัมผัสทั้งห้า มุ่งสู่พลังงานในตัวฉัน
คำถามที่หนังสือโยนทิ้งไว้กลับเรียบง่ายอย่างน่าประหลาด เราทำไมถึงรู้สึกไม่มั่นคงอยู่ตลอดเวลา ผู้เขียนกล่าวว่า มนุษย์ถูกผูกไว้กับประสาทสัมผัสทั้งห้าและอัตตา จนสุดท้ายก็ไม่เห็นพลังงานอันยิ่งใหญ่ที่อยู่ในตัวเอง กรอบคิดของการศึกษาและศาสนาที่สืบต่อกันมานับพันปีค่อยๆ ทำให้การรับรู้แคบลง และเมื่อคนหมกมุ่นกับการเติบโตของวัตถุ ก็ทำให้เชื่อแต่สิ่งที่มองเห็น เขาบอกว่า สิ่งที่เขาแนะนำคือ “การหลับตา” เมื่อถอยเท้าหนึ่งก้าวจากปรากฏการณ์ที่มองเห็น แล้วหันสายตาไปสู่ภายใน จึงจะสัมผัสพลังงานอันยิ่งใหญ่ได้ ที่ตรงนั้น ผู้เขียนยืนยันว่า แม้อยู่ท่ามกลางความเจ็บปวด ก็จะไม่หวั่นไหวได้ง่าย
การเยียวยาด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ หลักที่ผู้เขียนบอกเล่า
แกนกลางของหนังสือคือดวงอาทิตย์ ผู้เขียนเรียกดวงอาทิตย์ว่าเป็นแหล่งพลังงานของสิ่งมีชีวิตทั้งปวง และเป็น “ยาวิเศษ” แห่งความลึกลับ เขาย้ำว่า ถ้ารับเอาพลังงานนั้นไว้ลึกเข้าไปในร่างกายได้ นอกเหนือจากแค่การตากแดด ก็จะทำให้สามารถดูแลและจัดการโรคใดๆ ด้วยตัวเองได้ เมื่อดูดซับพลังงานจากดวงอาทิตย์ พลังงานด้านมืดของตัวเองจะเปลี่ยนเป็นแสงสว่าง และเมื่อถึงตอนนั้น “ฉัน” จึงกลายเป็น “นายของตัวเอง” เขากล่าว ตอนตอนนี้เป็นข้ออ้างที่ตั้งอยู่บนประสบการณ์ส่วนตัวอันยาวนานและโลกทัศน์ของผู้เขียน หนังสืออธิบายสิ่งนี้ไม่ใช่เป็นการสั่งยาทางการแพทย์ แต่เป็นทัศนคติในการใช้ชีวิตและเป็นภาษาของการฝึกปฏิบัติ ผู้เขียนมองว่า ในยุคที่ร่างกายและจิตใจเหนื่อยล้าได้ง่าย ยิ่งต้องมีพลังในการดูแลตัวเอง เหตุผลที่เขาวางดวงอาทิตย์ไว้เป็นศูนย์กลางของเรื่องเล่าก็เช่นกัน ไม่ใช่สิ่งที่อยู่ไกลโพ้น หากเป็น “ธรรมชาติที่อยู่ใกล้ที่สุด” ที่ลอยขึ้นมาทุกวันเหนือเรา ให้ได้ค้นหาความสอดคล้องอันเป็นจุดเริ่มของการฟื้นฟูจากตรงนั้น
เมื่อฉันทำให้ตัวเองเป็นนาย
ประโยคที่ผู้เขียนย้ำด้วยแรงมากนั้นมีเพียงอย่างเดียว หากฉันไม่สามารถทำให้ตัวเองเป็นนายได้ ชีวิตก็จำต้องพึ่งพาความไม่มั่นคงและความเจ็บปวดอยู่ตลอดไป เขามองว่าการใช้ชีวิตที่คอยยึดโยงกับพระเจ้า หรือแม้แต่กับคนอื่น ย่อมวนอยู่ในวงจรอันไม่สิ้นสุด ผู้ที่ค้นพบพลังภายในของตัวเอง จะยืนอยู่ท่ามกลางความเจ็บปวดแบบเดียวกันด้วยวิธีที่แตกต่าง หนังสือเล่มนี้ท้ายที่สุดไม่ได้แนะนำ “เคล็ดลับเฉพาะ” หากแต่เป็น “การเปลี่ยนมุมมอง”
หากหัวใจเต้นขึ้นมา นั่นแปลว่าได้เริ่มต้นแล้ว
ผู้เขียนเขียนไว้ว่า คนที่อ่านหนังสือเล่มนี้แล้วหัวใจเต้นขึ้นมาแล้ว หมายความว่าพวกเขาเชื่อมต่อกับการสั่นสะเทือนนั้นอยู่แล้ว มันไม่ใช่ความมั่นใจอันโอ้อวดมากนัก แต่ใกล้เคียงกับคำปลอบโยนที่เรียบง่าย ซึ่งคนที่เคยเจ็บป่วยมายาวนานเท่านั้นถึงจะส่งต่อให้กันได้ “《미라클썬》” แนะนำผู้ที่กำลังผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากในตอนนี้ อย่าเพิ่งหา “คำตอบ” จากภายนอกเท่านั้น ลองมองเข้าไปในตัวเองสักครู่ หากคำแนะนำนี้แตะต้องใจได้ ก็ย่อมเป็นเหตุผลให้ต้องหยิบออกมาเปิดอ่านสักครั้ง “《미라클썬(MIRACLE SUN)》” หาซื้อได้ที่ร้านหนังสือทั้งแบบออฟไลน์และออนไลน์ รวมถึง Kyobo Bookstore
