[คอลัมน์การทำสมาธิของนักจัดสวนจิตใจ] การศึกษาผู้ปกครองของ Good-Being Inner School - ไม่ต้องสมบูรณ์แบบก็ไม่เป็นไร

ในปัจจุบัน ความกดดันที่ผู้ปกครองต้องสมบูรณ์แบบรู้สึกเหมือนกับอากาศที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ในยุคนี้ ในโซเชียลมีเดีย ทุกคนดูเหมือนจะเลี้ยงดูลูกได้อย่างไม่มีอุปสรรค และเมื่อเปรียบเทียบกับภาพที่สวยงามเหล่านั้นกับชีวิตประจำวันของฉัน จิตใจกลับรู้สึกหมดแรงอย่างรวดเร็ว มาตรฐานของโลกที่ว่า 'ถ้าเป็นผู้ปกครองก็ต้องทำได้ขนาดนี้' เปลี่ยนความรักที่บริสุทธิ์ต่อเด็กให้กลายเป็นความรู้สึกผิดที่หนักหน่วงไปโดยไม่รู้ตัว เมื่อพยายามที่จะเข้าถึงมาตรฐานที่ถูกกำหนดไว้เหมือนคำตอบ หากรู้สึกว่าขาดอะไรไปนิดเดียว ความรู้สึกผิดก็จะโผล่ขึ้นมาในทันที

ทำไมผู้ปกหลายคนถึงรู้สึกไม่เพียงพอแม้ว่าจะพยายามอย่างเต็มที่แล้ว? จุดที่ Good-Being Inner School ชุมชนจิตใจเด็กและวัยรุ่นเกาหลีได้พบเจอจากการพบปะกับผู้ปกครองมากมายชัดเจนมาก สิ่งที่ทำให้ผู้ปกครองรู้สึกเหนื่อยจริงๆ ไม่ใช่ลักษณะนิสัยของเด็กหรือความยากลำบากในการเลี้ยงดู แต่เป็นมาตรฐานที่มองไม่เห็นที่ฝังแน่นอยู่ในจิตใจของผู้ปกครองว่า 'ต้องสมบูรณ์แบบ' ในชีวิตที่ต้องพิสูจน์ความสามารถของตนเองทุกวัน ผู้ปกครองกลับสูญเสียตัวตนของตนเองไป

การศึกษาผู้ปกครองใหม่ที่ช่วยฟื้นฟูการมีอยู่

Good-Being Inner School เสนอการศึกษาผู้ปกครองในรูปแบบใหม่ที่ช่วยให้เด็ก ผู้ปกครอง และครูสามารถมีอยู่ในที่ของตนได้อย่างดี ที่นี่ Good-Being หมายถึงสถานะที่ไม่ใช่แค่การทำทักษะการเลี้ยงดูให้ดีขึ้น แต่หมายถึงการฟื้นฟูความอบอุ่นของการมีอยู่แทนที่จะกดดันตัวเอง

การศึกษานี้อิงจากการวิจัยด้านประสาทวิทยาศาสตร์ เช่น ทฤษฎีงบประมาณร่างกายของ Lisa Feldman Barrett (2017) และทฤษฎีระบบประสาทของ Stephen Porges ซึ่งมีลักษณะเฉพาะคือการนำปัญหาความเหนื่อยล้าของผู้ปกครองเข้าสู่พื้นที่ความปลอดภัยของร่างกายและระบบประสาท ไม่ใช่ในด้านความตั้งใจ

ในยุค AX สิ่งที่ผู้ปกครองต้องการไม่ใช่ทักษะ แต่คือการมีอยู่

ในยุคที่มีการเปลี่ยนแปลงไปสู่ปัญญาประดิษฐ์ในปัจจุบัน ข้อมูลมีมากมายและทักษะการเลี้ยงดูมีความก้าวหน้า แต่ในทางกลับกัน ผู้ปกครองกลับรู้สึกสับสนมากขึ้น ในยุคที่เครื่องจักรแทนที่ความฉลาดของมนุษย์ สิ่งที่เราต้องการจริงๆ ไม่ใช่ทักษะการเลี้ยงดูที่ซับซ้อนมากขึ้น แต่คือพลังของการมีอยู่ (Presence) และการเชื่อมต่อ (Connection) ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของมนุษย์

หนังสือของ Kim Sook-young ผู้นำเนื้อหาหลักของ Good-Being Inner School 『วันนี้ก็ยังคงกอดตัวเองอย่างอ่อนโยน』เจาะลึกถึงจุดนี้ หนังสือเล่มนี้ไม่ได้สอนวิธีการแก้ไขเด็ก แต่กลับนำเสนอช่วงเวลาของผู้เขียนที่ดูเหมือนจะยิ้มอย่างดี แต่ภายในกลับกลัวความผิดพลาดและการประเมินตนเอง ผู้ปกครองถามว่าตนเองมีความสัมพันธ์กับตัวเองอย่างไร

การเริ่มต้นการฝึกกอดตัวเองด้วยบันทึกการปฏิบัติ 30 วัน

ความเป็นประโยชน์ของหนังสือเล่มนี้อยู่ที่การสร้างจังหวะการเปลี่ยนแปลงที่แท้จริงมากกว่าการปลอบใจเพียงอย่างเดียว บันทึกการปฏิบัติ 30 วันที่อยู่ด้านหลังของหนังสือได้รับการออกแบบมาเพื่อให้สามารถมองเข้าไปในใจของตนเองและบันทึกได้ ในเวลาเพียง 10 นาทีต่อวัน การฟังเสียงภายในของตนเองและพยายามเชื่อมต่ออย่างอ่อนโยนจะกลายเป็นการฝึกซ้อมที่เป็นรูปธรรมในการฟื้นฟูจิตใจ (Soma) ที่เพิ่มความสามารถในการฟื้นฟูจิตใจ ที่นี่ Soma หมายถึงร่างกายที่มีชีวิตและประสบการณ์ภายใน ไม่ใช่ร่างกายที่ต้องแก้ไขตามที่ Thomas Hanna (1986) กล่าวไว้

ผู้เขียนกล่าวว่า การเปลี่ยนแปลงไม่ได้มาจากการทำให้สมบูรณ์แบบ แต่เกิดจากการยอมรับตัวตนที่ไม่สมบูรณ์ของตนเอง อย่ากดดันความรู้สึกวิตกกังวลและกลัว แต่ค่อยๆ เปลี่ยนมันให้เป็นความหวัง ในวันที่ชีวิตยากลำบากและไม่ชอบตัวเอง หนังสือเล่มนี้จะเป็นเพื่อนที่แข็งแกร่งที่สุดของตัวเอง ในวันที่ชีวิตยากลำบากและไม่ชอบตัวเอง หนังสือเล่มนี้จะเป็นเพื่อนที่แข็งแกร่งที่สุดของตัวเอง ในแง่นี้ หนังสือเล่มนี้สามารถถือได้ว่าเป็นเนื้อหาที่ถ่ายทอดปรัชญาของ Good-Being Inner School ในการมีชีวิตอยู่และเติบโตในภาษาที่ใกล้เคียงกับชีวิตประจำวัน

การคิดเกี่ยวกับการเป็น (Becoming): ผู้ปกครองไม่ได้ถูกสร้างขึ้น แต่กำลังถูกสร้าง

การศึกษาผู้ปกครองของ Good-Being Inner School สอดคล้องกับปรัชญาการเป็น (Becoming) ของนักปรัชญาชาวฝรั่งเศส Gilles Deleuze Deleuze ไม่ได้มองมนุษย์ว่าเป็นอัตลักษณ์ที่ตายตัวหรือสถานะที่สมบูรณ์ ผู้ปกครองก็ไม่ใช่ใบรับรองที่ต้องถึงมาตรฐานเฉพาะเพื่อให้ได้มา ผู้ปกครองคือการมีอยู่ที่ถูกสร้างขึ้นอย่างต่อเนื่องในทุกช่วงเวลาที่ใช้ชีวิตร่วมกับเด็ก แม้จะลังเลและเจ็บปวด แต่ก็ยังคงดำเนินชีวิตต่อไป

การอยู่เคียงข้างเด็กแม้จะไม่สมบูรณ์แบบ และการมองตาเด็กแม้จะไม่มั่นใจในตัวเอง ทุกช่วงเวลานั้นทำให้ผู้ปกครองกลายเป็นผู้ปกครองอย่างแท้จริง ชีวิตไม่ใช่สิ่งที่ต้องถูกประเมิน แต่เป็นการเคลื่อนไหวที่สวยงามที่กำลังดำเนินอยู่ และผู้ปกครองก็เป็นการมีอยู่ที่เกิดใหม่ทุกวันในกระแสนี้

FIT-Parents: การศึกษาผู้ปกครองที่ปรับให้เข้ากับชีวิตของแต่ละคน

Good-Being Inner School เรียกผู้ปกครองเช่นนี้ว่า FIT-Parents โดยที่ FIT มาจาก Fitness ซึ่งหมายถึงการฝึกฝนร่างกาย แต่ Good-Being ได้ตีความใหม่ให้เหมาะสมกับชีวิตและเงื่อนไขของแต่ละคน เช่นเดียวกับที่ Fitness ฝึกกล้ามเนื้อของร่างกาย FIT-Parents คือผู้ปกครองที่ฝึกความแข็งแกร่งของจิตใจเพื่อไม่ให้สูญเสียตัวเองในทุกสถานการณ์

ที่นี่ FIT ไม่ใช่การพยายามให้ตัวเองเข้ากับคำตอบ แต่เป็นพลังในการปรับชีวิตให้เข้ากับลักษณะเฉพาะและสถานการณ์ของตนเอง รวมถึงลักษณะของเด็ก บางคนเป็นผู้ปกครองที่แข็งแกร่ง บางคนเป็นผู้ปกครองที่รอคอย และบางคนเป็นผู้ปกครองที่เติบโตในแบบของตนเองจากความผิดพลาด

FIT ไม่ใช่การพยายามให้ตัวเองเข้ากับคำตอบ (Matching) แต่เป็นพลังในการปรับชีวิตให้เข้ากับลักษณะเฉพาะและสถานการณ์ของตนเอง รวมถึงลักษณะของเด็ก บางคนเป็นผู้ปกครองที่แข็งแกร่ง บางคนเป็นผู้ปกครองที่รอคอย และบางคนเป็นผู้ปกครองที่เติบโตในแบบของตนเองจากความผิดพลาด

การมองย้อนกลับไปที่สภาพแวดล้อมในขณะนี้และปรับความสัมพันธ์ระหว่างตัวเรา (Person) กับเด็ก และสภาพแวดล้อมที่เราอาศัยอยู่ (Environment) คือพลังในการปรับตัวที่เรียกว่า FIT (Kristof, 1996)

รู้สึก, อยู่ร่วมกัน, และกลับมาอีกครั้ง (FIT)

Good-Being Inner School เสนอ 3 ขั้นตอนหลักในการฟื้นฟูผู้ปกครอง

  1. รู้สึก (Feeling) - แทนที่จะพยายามแก้ปัญหา ให้ฟังสัญญาณภายในที่รู้สึกในร่างกายของตนเองก่อน ตรวจสอบว่าหายใจตื้นหรืออกแน่น เมื่อรู้สึกว่าหายใจตื้นหรืออกแน่น แทนที่จะใช้ชื่อที่เป็นนามธรรมเช่นความวิตกกังวลหรือความโกรธ ให้เรียกสถานะของตนเองด้วยภาษาที่ละเอียดอ่อนของ Soma เช่น ความอึดอัด ความตึงเครียด หรือความเย็น เมื่อถึงจุดนี้ ร่างกายของเราจะรู้สึกว่าได้รับการเข้าใจและเริ่มปล่อยความตึงเครียด

  2. อยู่ร่วมกัน (Inter-being) - ไม่พยายามกำจัดความรู้สึกที่เกิดขึ้น แต่ให้มีอยู่กับตัวเองในปัจจุบัน ไม่ผลักดันตัวเองที่รู้สึกเหนื่อยและวิตกกังวลออกไป แต่เลือกที่จะเชื่อมต่อแทน เมื่ออยู่ร่วมกับตัวเองในสภาพที่ไม่สมบูรณ์แบบในปัจจุบัน ผู้ปกครองจะได้รับความสามารถในการอยู่ร่วมกับเด็กอย่างเต็มที่

  3. กลับมาอีกครั้ง (Turning Back) - เมื่อทำผิดพลาด ไม่อยู่กับการตำหนิ แต่หยุดหายใจหนึ่งครั้งและกลับมาที่ที่นี่อีกครั้ง สิ่งสำคัญไม่ใช่การไม่สั่นคลอน แต่คือการฟื้นฟูพลังในการหมุนเวียนเพื่อกลับมาหาตัวเองได้ทุกเมื่อผ่านการหายใจและการหยุดเพียงครั้งเดียว

คำว่ามันไม่เป็นไรถ้าไม่สมบูรณ์แบบ

ความเหนื่อยล้าของผู้ปกครองไม่ใช่ปัญหาของความตั้งใจ แต่เป็นการขาดแคลนงบประมาณร่างกาย นักประสาทวิทยาศาสตร์ Lisa Feldman Barrett อธิบายว่าเมื่องบประมาณร่างกายหมดลง ความวิตกกังวลและความโกรธ รวมถึงการตำหนิตนเองจะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

ชีวิตไม่ใช่สิทธิ์ที่จะต้องสมบูรณ์ แต่เป็นกระบวนการที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในขณะที่ใช้ชีวิตร่วมกับเด็ก หากมีใครสักคนบอกว่าไม่เป็นไรถ้าไม่สมบูรณ์แบบ เราอาจจะรู้ว่าเราได้ใช้ชีวิตอย่างเพียงพอแล้ว Good-Being Inner School เปิดพื้นที่ที่ทำให้หายใจได้อย่างเงียบๆ และรอคอยคุณ ไม่ต้องพยายามก็ไม่เป็นไร คุณเพียงพอในกระบวนการที่คุณมีชีวิตอยู่และกำลังเติบโต