อยู่คนเดียว 15 นาที ไม่มีครู ไม่มีแอป… ผู้เข้าร่วม 2,239 คนจาก 37 หน่วยงานยืนยันผล ระยะบรรเทาความเครียดของการทำสมาธิด้วยตนเอง

นี่คือภาพประกอบที่ไม่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาข่าวในบทความนี้ แหล่งที่มา : pexel.com
นี่คือภาพประกอบที่ไม่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาข่าวในบทความนี้ แหล่งที่มา : pexel.com

การจะเรียนรู้การทำสมาธิมักเชื่อกันว่าต้องหาไกด์หรือผู้นำทางไปลงทะเบียนที่ศูนย์ และต้องจัดเวลาให้ได้ทุกวันจนกลายเป็นกิจวัตร แต่ผลการศึกษาระดับใหญ่กลับชี้ว่า แม้ไม่มีทั้งครู ไม่มีแอปสมัครสมาชิก และไม่ต้องผ่านการฝึกอบรมมายาวนาน แค่ทำสมาธิด้วยตนเองคนเดียวตามเสียงแนะนำเพียงหนึ่งอย่างเป็นเวลา 15 นาที ก็ช่วยลดความเครียดได้อย่างชัดเจน

ทีมวิจัยจากคณะจิตวิทยา มหาวิทยาลัยสวอนซีในสหราชอาณาจักร เป็นฝ่ายนำ และมีทีมวิจัยความร่วมมือระดับนานาชาติที่มี 37 หน่วยงานเข้าร่วม ได้แก่ มหาวิทยาลัยเกรอน็อบล์-อัลป์ในฝรั่งเศส เป็นต้น โดยได้ยืนยันผ่านการทดลองแบบสุ่มมีกลุ่มควบคุมว่า การทำสมาธิแบบทำเองเพียงครั้งเดียวช่วยบรรเทาความเครียดเฉียบพลันได้ และได้เผยแพร่ในวารสารวิชาการ Nature Human Behaviour (เนเจอร์ ฮิวแมน บีเฮเวียร์) ฉบับนานาชาติ บทความวิจัยเผยแพร่ออนไลน์ในเดือนมิถุนายน ปี 2024

ไม่มีครู ไม่มีแอปสมัครสมาชิก ทำแค่ 15 นาทีครั้งเดียว

ทีมวิจัยคัดเลือกผู้เข้าร่วม 2,239 คน แล้วสุ่มแบ่งให้ไปทำสมาธิหลายรูปแบบและอยู่ในเงื่อนไขควบคุมต่าง ๆ โดยผู้เข้าร่วม 70.4% เป็นผู้หญิง และอายุเฉลี่ยอยู่ที่ 22.4 ปี การแทรกแซงไม่ได้ซับซ้อนเลย เป็นการทำเองคนเดียวโดยเลือกทำหนึ่งในวิธีต่อไปนี้ตามเสียงแนะนำที่ยาว 15 นาที ได้แก่ สแกนร่างกาย (สำรวจความรู้สึกทางกายทีละส่วน) การทำสมาธิเรื่องลมหายใจ การทำสมาธิแบบเมตตา และการทำสมาธิแบบเดิน ส่วนกลุ่มควบคุมเชิงรุกที่ไม่ได้ทำสมาธิ จะฟังการอ่านนิยายในช่วงเวลาเท่ากัน

ข้อค้นพบนี้มีน้ำหนักเพราะเป็นการศึกษาหลายสถาบันที่ทำด้วยแบบแผนเดียวกันใน 37 หน่วยงาน ไม่ใช่ผลที่เกิดจากความบังเอิญที่ถูกสร้างโดยไกด์เฉพาะรายหรือสภาพแวดล้อมแห่งใดแห่งหนึ่ง แต่เป็นผลที่พบซ้ำได้เมื่อทำในสถานที่ต่างกัน

นี่คือภาพประกอบเพื่อช่วยให้เข้าใจ ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาข่าวในบทความนี้ แหล่งที่มา : pexel.com
นี่คือภาพประกอบเพื่อช่วยให้เข้าใจ ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาข่าวในบทความนี้ แหล่งที่มา : pexel.com

สแกนร่างกายให้ผลมากที่สุด

ในบรรดาหลายวิธี ผลของการสแกนร่างกายซึ่งเป็นการไล่สำรวจความรู้สึกของร่างกายทีละช่วง ทำได้ดีที่สุด ตัวชี้วัดความเครียดเฉลี่ยของกลุ่มที่ทำสแกนร่างกายอยู่ที่ 1.68 ต่ำกว่ากลุ่มควบคุมที่ฟังนิยายซึ่งอยู่ที่ 1.95 ขนาดของผลอยู่ในระดับปานกลาง (d = −0.56) และดัชนีเบย์สที่บ่งชี้ความเข้มแข็งของหลักฐานทางสถิติวัดได้ว่าสูงมาก

ประเด็นสำคัญคือ ถึงแม้จะฝึกเพียงครั้งเดียวระยะสั้น แต่ก็เกิดการเปลี่ยนแปลงที่วัดได้ อย่างไรก็ตาม สิ่งที่งานวิจัยนี้ยืนยันคือการบรรเทาความเครียดเฉียบพลันในช่วงเวลานั้นเท่านั้น และยังไม่มีหลักฐานพอที่จะสรุปว่ามันจะทำให้สุขภาพจิตระยะยาวดีขึ้น

เหตุผลที่เปิดให้คนจำนวนมากขึ้นเข้าถึงการทำสมาธิ

ความหมายของการศึกษานี้อยู่ที่ “การเข้าถึง” หากสามารถควบคุมความเครียดได้ด้วยเสียงแนะนำระยะสั้น แม้ไม่มีไกด์ผู้เชี่ยวชาญหรือโปรแกรมแบบเสียเงิน การทำสมาธิก็จะช่วยลด “กำแพง” ด้านเวลาและค่าใช้จ่าย ทำให้เข้าถึงคนได้มากขึ้น โอกาสของการฝึกสมาธิด้วยตนเองในช่วงเวลาสั้น ๆ อย่างห้องให้คำปรึกษาในโรงเรียน พื้นที่พักของที่ทำงาน หรือช่วงเวลารอในโรงพยาบาล ก็อาจเปิดออกได้เช่นกัน

ทีมวิจัยเห็นว่า การทำสมาธิด้วยตนเองไม่จำเป็นต้องเข้ามาแทนที่โปรแกรมแบบพบหน้าเดิม แต่สามารถเป็น “ทางผ่าน” สำหรับผู้ที่มีข้อจำกัดสูงจนยังเริ่มทำสมาธิไม่ได้ ให้ได้ก้าวแรก

แหล่งที่มา:

· "Self-administered mindfulness interventions reduce stress in a large, randomized controlled multi-site study", Nature Human Behaviour, เล่ม 8 ฉบับที่ 9 (2024), หน้า 1716–1725.

· https://www.nature.com/articles/s41562-024-01907-7